HOTEL SEARCH
   PROPERTIES SEARCH
 
   DIRECTORY
 Accomodation
 Entertainment
 Property & Construction
 Recreation
 Service & Business
 Shopping Paradise
 Travel Agent
 
 
Search WWW phukettoday.com   
Powered By   
Visitor Guide :

you are here: home Internet Tips

ท่านจะมั่นใจได้อย่างไรว่า Optical Fiber Cable ของผู้ให้บริการนั้นดีจริง

สื่อสัญญาณความเร็วสูงสำหรับ Communication Technologies ที่ถูกใช้งานแพร่หลายในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเชื่อมต่อสำหรับ Back-Bone Network คือ Optical Fiber Cable และในอนาคตอันใกล้นี้เทคโนโลยีนี้ กำลังจะเข้ามาแทนที่โครงข่าย Copper หรือทองแดงแบบเดิม เนื่องจากข้อจำกัดของสายทองแดงที่ไม่สามารถรองรับปริมาณความต้องการใช้ข้อมูลที่สูงขึ้นได้

ในด้านของผู้ให้บริการเครือข่ายความเร็วสูงที่จะรับประกันคุณภาพการให้บริการกับลูกค้า การทดสอบคุณภาพของ Optical Fiber Cable ทั้งก่อนและหลังการติดตั้งระบบนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ค่าที่ต้องทำการทดสอบ เช่น Optical Power/Loss, Optical Return Loss, Attenuation และถ้าหากระบบโครงข่ายมีการใช้ Technology DWDM ( Dense Wavelength Division Multiplexer) จะต้องใช้ OSA ( Optical Spectrum Analyzer) ในการทดสอบ โดยเครื่องมือที่จะทำการทดสอบค่าต่าง ๆ ที่กล่าวมานั้นมีดังนี้

OLTS (Optical Loss Test Set)

การส่งสัญญาณแสงเพื่อสื่อสารข้อมูลผ่านทางสาย Optical Fiber นั้นค่าที่ต้องพิจารณาในเบื้องต้นของการทดสอบคือ Optical Power หรือพลังงานของสัญญาณแสงที่ส่งไปถึงปลายทางว่ามีความแรงของสัญญาณที่ด้านรับมากน้อยเท่าไร โดยการใช้ Optical Loss Test set เพื่อทำการทดสอบและหาค่า Optical Power ซึ่ง Optical Loss Test Set จะประกอบด้วย

  • Optical Light Source ใช้สำหรับเป็นตัวกำเนิดสัญญาณแสงส่งเข้าไปในสาย Optical Fiber ที่ต้องการทดสอบ เช่น ส่งที่ 850 nm, 1300 nm สำหรับ Optical Fiber Cable แบบ Multi-mode หรือ 1310 nm ถึง 1625 nm สำหรับ Optical Fiber Cable แบบ Single-mode
  • Power Meter ใช้สำหรับเป็นตัววัดพลังงาน (Power) ของสัญญาณแสดงที่ปลายอีกด้านของสาย Optical Fiber โดยค่าที่วัดได้ มีหน่วยเป็น dB หรือ dBm หรือ Watt
โดยการทดสอบด้วย Optical Loss Test Set นอกจากค่าของ Optical Power ทีอ่านได้จาก Power Meter แล้วนั้น Power meter ยังสามารถบอกได้ถึง Optical Loss และ Optical Return Loss(ORL) ได้ ซึ่ง ORL เป็นอีกตัวแปรหนึ่งที่ต้องพิจารณา โดย ORL จะแสดงให้เห็นถึงพลังงานแสดงที่สะท้องกลับเข้าหาตัว Light Source ซึ่งการสะท้อนกลับนี้เป็นพลังงานที่ไม่ต้องการใช้งาน เนื่องจากแสดงที่สะท้อนกลับจะรบกวนการทำงานของ Light Source ทำให้เกิดการอิ่มตัวของ Emitter ภายในตัว Light Source ส่งผลให้เกิดการสัญญาณแสดงที่ปล่อยออกมาขาดความต่อเนื่อง และลดทอนพลังงานของแสดงที่ส่งได้ ทำให้ปริมาณข้อมูลที่ต้องการส่งผ่านสาย Optical Fiber นี้ลดลง เช่น ใน WDM Networks นอกจากนั้น ORL ยังส่งผลให้อายุการใช้งานของอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่เป็น Light Source ในเน็ตเวิร์คลดลงได้

OTDR (Optical Time Domain Reflectometer)

เนื่องจากการใช้งาน Optical Loss Test Set นั้น สามารถบอกคุณสมบัติของ Optical Fiber Cable ได้ในลักษณะของ ค่าผลรวม ( Total Summary ) ของต้นทางและปลายทางในสายเท่านั้น โดยการใช้งาน OTDR ทำให้เราสามารถบอกตำแหน่ง (Location) ที่เกิดเหตุการณ์ (Event)ต่าง ๆ ณ ตำแหน่งใด ๆ ของสาย Optical Fiber ได้ เช่น บอกจุดที่มีการเชื่อมต่อสายโดย Connector หรือ จุดที่เชื่อมต่อโดยการใช้ Fusion Splicing ได้ รวมทั้งจุดที่เกิดการแตก สายขาดด้วย นอกจากนั้นยังบอกถึง Optical Reflection, ORL, Attenuation และ Loss ในแต่ละจุดที่เกิด Event ได้ การใช้งาน OTDR โดยการต่อเข้ากับสาย Optical Cable เพียงด้านเดียวก็สามารถวัดค่าต่างๆ ได้ เนื่องจาก OTDR ใช้หลักการยิงแสงเข้าไปในสาย Optical Fiber แล้ววิเคราะห์สัญญาณที่สะท้อนกลับมา เพื่อนำมาแสดงผลในรูปกราฟ

ปัจจุบัน Optical Loss Test Set และ OTDR ได้ถูกพัฒนาให้มีความสามารถและฟังก์ชันการใช้งานต่าง ๆ เพิ่มขึ้น เช่น รุ่น FOT-930 และ FTB-200 ของบริษัท EXFO โดย Loss Test Set ได้รวมกับการทดสอบอัตโนมัติ FAST Test ซึ่งสามารถบอกความยาวของสาย Optical Fiber ได้ พร้อมทั้งฟังก์ชัน Talk set, Visual Fault Locator ส่วน OTDR ได้พัฒนาให้รองรัลเทคโนโลยีใหม่ที่เกิดขึ้น เช่น FTTx , DWDM เป็นต้น

OSA (Optical Spectrum Analyzer)

OSA เป็นเครื่องมือทดสอบในระบบ DWDM เพื่อทดสอบว่าสัญญาณแสดงจากต้นทางที่ส่งมานั้นยังคงสามารถเดินทางได้ในสาย Optical Fiber Cable อยู่หรือไม่ โดยการวิเคราะห์ค่า Power ของแสง, OSNR (Signal to Noise Ratio) , Center Wavelength ของสัญญาณแต่ละ Wavelength

การทดสอบ DWDM นั้นจะทำการทดสอบเพื่อใช้ในการติดตั้งและทดสอบระบบ โดยทำการตรวจสอบและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น อีกทั้งยังใช้ทดสอบแบบ Preventive Maintenance เพื่อค้นหาและทำการแก้ไขก่อนการเกิดปัญหาใหญ่ในอนาคต

จากที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นเป็นเพียงการทดสอบในส่วนของทางกายภาพของสาย หรือที่เรียกว่า Layer 1 Physical Layer Test เท่านั้น ซึ่งในปัจจุบันนี้นอกจากเครื่องมือที่กล่าวมาแล้วนั้น ยังมีเครื่องมืออีกหลายประเภทที่ไม่ได้กล่าวถึง เช่น PMD (Polarize Mode Dispersion), CD (Chromatic Dispersion), Visual Fault Locator, Video Inspection Probe, PON Meter, Live Fiber Detector เป็นต้น ถึงแม้ว่าจะทำการทดสอบตามหัวข้อที่กล่าวมาแล้วนั้นผ่านตามมาตรฐาน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Global Crossing Services Co.,Ltd. และ Digital Instrument Co.,Ltd.

วันที่ 09 - 04 - 2007  


Internet Tips เรื่องอื่น ๆ 
Sanook Card
( ( W ) ) Broadband
SME Package
 
    Home | About Us | Contact Us | Advertise with Us | Order Form | Our Partner | Site Map
    Copyright © 1998-2006. Express Data Company. All rights reserved.
Express Data 
Phuket Today