HOTEL SEARCH
   PROPERTIES SEARCH
 
   DIRECTORY
 Accomodation
 Entertainment
 Property & Construction
 Recreation
 Service & Business
 Shopping Paradise
 Travel Agent
 
 
Search WWW phukettoday.com   
Powered By   
Visitor Guide :

you are here: home Internet Tips

SMS กับผู้บริโภคและการแข่งขันที่เป็นธรรม

โดย : รศ. สุธรรม อยู่ในธรรม กรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ

การให้บริการ SMS ในปัจจุบัน เราเข้าใจกันว่าเป็นได้สองนัย นัยหนึ่งคือการส่งข้อความอันเป็นส่วนตัว เช่น ตัวเลข รูปภาพ ข้อมูล จากเครื่องปลายทางของผู้ใช้ฝ่ายหนึ่งไปยังเครื่องปลายทางของผู้ใช้อีกฝ่ายหนึ่ง อีกนัยหนึ่งหมายถึงการส่งข้อความทางธุรกิจผ่านหมายเลขโทรศัพท์กลางกลุ่มหนึ่งที่ผู้ใช้บริการรายย่อยเรียกเข้าหมายเลขที่ผู้ให้บริการกำหนดขึ้น (proprietary number) เพื่อกิจกรรมบางอย่าง เช่น การโวต การบริจาค การวิจารณ์ในรายการทีวี วิทยุ ดูดวง หาคู่ เป็นต้น ในบทความนี้ ผู้เขียนจะขอกล่าวถึง SMS แบบแรกที่เข้าใจกันทั่วไปก่อน

การให้บริการข้อความผ่านทางโทรศัพท์ (Short Message Service) หรือบริการ SMS นับ เป็นบริการเสริมดาวรุ่งของโทรศัพท์เคลื่อนที่ซึ่งได้กำลังรับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะในสภาวะการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะที่เศรษฐกิจสะดุด และการเมืองชะงักงัน ผู้ให้บริการทั้งที่เป็นผู้รับสัมปทานและเป็นเจ้าของสัมปทานจึงมีภาระร่วมกันที่ต้องประคองตนเองให้รอดจากการจ่ายค่าส่วนแบ่งรายได้ จ่ายค่าส่วนแบ่งกำไร จ่ายค่าส่วนแบ่งกำไรส่วนเกิน จ่ายค่าภาษีสรรพสามิต รวมทั้งค่าใช้จ่ายทางด้านเทคโนโลยีใหม่ ยังจะต้องแข่งขันทางด้านราคา การแข่งขันในด้านการเสนอบริการใหม่หรือบริการเสริมใหม่ได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเลือกใช้บริการของลูกค้าอย่างมาก แทนที่จะเป็นการแข่งขันด้านคุณภาพของการบริการ หรือการประกันคุณภาพของการให้บริการ

ด้วยเหตุนี้ ในปัจจุบันบริการ SMS เป็นบริการที่ทำรายได้ให้กับผู้ให้บริการสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องมาจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปซึ่งต้องการการอำนวยความสะดวกในการติดต่อสื่อสารที่รวดเร็ว สั้นกระชับ และส่งถึงตัวบุคคลโดยตรง ดังนั้น บริการ SMS จึงเป็นบริการเสริมที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มที่ความต้องการจะเพิ่มสูงขึ้นต่อไปเรื่อยๆ ต่อไป

เนื่องจากการให้บริการ SMS สามารถนำไปสู่การแข่งขันได้ในอีกหลายรูปแบบด้วยการสร้างให้ลูกค้าเห็นความแตกต่างที่เหนือกว่าคู่แข่งรายอื่น อย่างเรื่องคุณภาพเครือข่ายด้านวอยซ์ บริการเสริมที่หลากหลายเพื่อสนองตอบความต้องการลูกค้าและบริการอื่นๆ ที่คู่แข่งไม่มี เช่น การชำระค่าบริการโทรศัพท์ และบริการต่างๆ ผ่านทาง SMS , การรับบริการข่าวสารประจำวันผ่านทาง SMS , การตรวจดวงชะตาผ่านทาง SMS เป็นต้น ทั้งหมดนี้เพื่อเป็นทางเลือกแก่ผู้บริโภคในการเลือกใช้บริการในสภาวะการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ดี สิ่งสำคัญที่มิควรจะมองข้ามก็คือ ผู้บริโภคได้รับประโยชน์อย่างแท้จริงจากการให้บริการดังกล่าวมากน้อยเพียงใด คุ้มค่าคุ้มประโยชน์เพียงพอหรือไม่ มีมาตรการใดที่ให้การคุ้มครองผู้บริโภคจำนวนสามสิบกว่าล้านคนมิให้ต้องตกเป็นเหยื่อภายใต้สภาวะการแข่งขันที่รุนแรงในปัจจุบันจนเกินไปและกลายเป็นบริการยัดเยียดที่ผู้มีโทรศัพท์มือถือต้องตัดสินใจซื้อขายทุกครั้งที่ได้ยินเสียงเรียก SMS

บริการเสริมหรือเครื่องมือในการทำธุรกิจ? นอกจากบริการ SMS จะเป็นเครื่องมืออำนวยความสะดวกในการติดต่อสื่อสารในรูปแบบการส่งข้อความสั้นๆ ภายในระยะเวลาอันรวดเร็วเพื่อการใช้ส่วนตัว (private & personal usage)แล้วที่ผู้ส่งและผู้รับไม่ได้รับประโยชน์ทางการค้าจากการส่งข้อความ แต่ปัจจุบันการส่ง SMS ได้กลายมาเป็นเครื่องมือสำคัญในการทำธุรกิจที่ผู้ส่งได้รับผลประโยชน์ทางการค้าอื่นที่มิใช่การโทรคมนาคมด้วย โดยจะสังเกตุได้จากรายการทางสถานีโทรทัศน์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น free TV หรือ cable TV มักนิยมนำบริการ SMS มาเป็นช่องทางในการดำเนินธุรกิจในรูปแบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการส่ง SMS แสดงความคิดเห็นผ่านทางรายการโทรทัศน์ การส่ง SMS เพื่อ vote ผู้เข้าร่วมประกวดหรือเข้าร่วมแข่งขันต่างๆ หรือแม้แต่ส่งข้อความเข้าไปฝากข้อความถึงกันโดยผ่านทางโทรทัศน์ ซึ่งบริการเหล่านี้มักจะคิดค่าบริการในการส่ง SMS สูงกว่าอัตราปกติ

นอกจากบริการ SMS จะมีข้อดีในการส่งข้อความได้อย่างสะดวกรวดเร็วและสามารถส่งข้อความถึงตัวผู้บริโภคได้โดยตรงแล้ว ในอีกมุมหนึ่งบริการดังกล่าวก็อาจนำความรำคาญมาสู่ผู้ใช้บริการที่จะต้องรับข้อความหรือโฆษณาในรูปแบบต่างๆ ผ่านเครื่องโทรศัพท์ของตน โดยที่ผู้ใช้บริการไม่ต้องการรับข้อความเหล่านั้น ไม่ว่าจะเป็นการส่ง SMS โฆษณาสินค้าหรือบริการ หรือการส่งข้อความมาเพื่อให้ผู้ใช้บริการส่งข้อความกลับหรือตอบคำถามเพื่อชิงโชคหรือลุ้นของรางวัล

ยิ่งไปกว่านั้นหมายเลข SMS ที่ผู้ใช้บริการตอบกลับไปนั้นก็มักจะคิดค่าบริการในอัตราที่สูงกว่าอัตราปกติทั่วไป จึงเห็นได้ว่าวัตถุประสงค์ของการใช้บริการ SMS ในปัจจุบันนอกจากจะอำนวยความสะดวกแก่ผู้บริโภคแล้ว ในอีกแง่มุมหนึ่งหากมีการเรียกเก็บค่าบริการ SMS สูงกว่าที่ควรจะเป็นหรือรบกวนสิทธิความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้บริการแล้ว บริการ SMS อาจเป็นเครืองมือในการทำธุรกิจอันก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ผู้บริโภค

การคุ้มครองผู้บริโภค: จะกำกับดูแลการให้บริการ SMS หรือไม่ การแข่งขันในตลาดโทรคมนาคม โดยหลักแล้วสมควรที่จะปล่อยให้เป็นไปตามกลไกราคาและสนับสนุนให้เกิดการแข่งขันอย่างเต็มที่ภายใต้หลักการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรมอันก่อให้เกิดผลดีแก่ผู้บริโภคในการเลือกใช้บริการที่หลากหลายในราคาที่เหมาะสม

อย่างไรก็ดี การปล่อยให้เกิดการแข่งขันอย่างเต็มที่ในตลาดที่ล้มเหลว หรือการแข่งขันบกพร่องจะมีผลเป็นการโอนย้ายประโยชน์ของผู้บริโภคไปยังผู้อื่น ด้วยเหตุนี้กฎหมายจึงกำหนดว่าในบริการที่ตลาดล้มเหลว ให้มีการเข้าไปกำกับดูแลจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อรักษาประโยชน์ของผู้บริโภคซึ่งมีอำนาจต่อรองน้อยกว่า ไม่ว่าจะเป็นการเรียกเก็บค่าบริการ หรือการทำ หรือเรียกเก็บค่าบริการเสริมสูงกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งกำกับมิให้มีการยัดเยียดบริการเสริมโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้บริการเป็นการล่วงหน้า การล่อซื้อหรือยัดเยียดบริการผ่านทางช่องทางการขาย หรือ Distribution channel เป็นต้น

ในแนวปฏิบัติสากลมีวิธีทำได้หลายประการ บางประเทศกำหนดให้มีองค์กรผู้บริโภคทำหน้าที่กำกับตรวจสอบโดยเฉพาะ บางประเทศให้องค์กำกับดูแลโทรคมนาคมทำหน้าที่ออกกฎเกณฑ์ บางประเทศก็กำหนดให้ผู้ให้บริการเองทำหน้าที่ออกประมวลสิทธิผู้บริโภค บางประเทศก็ให้คณะกรรมการแข่งขันทางการค้า คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคทำหน้าที่

สำหรับประเทศไทย ผู้เขียนจึงมีความเห็นเป็นส่วนตัวว่าตลาดโทรคมนาคมไทยเป็นตลาดที่แข่งขันไม่สมบูรณ์ (imperfect market) ผลประโยชน์ส่วนเกินของผู้บริโภค (consumer surplus) ได้รับการบิดเบือนมาก บริการเสริม SMS จึงน่าจะได้รับการดูแลในทางใดทางหนึ่งจากผู้ที่เกี่ยวข้อง

ใครจะกำกับดูแล สำหรับประเทศไทย เรายังคงมีทางเลือกภายใต้บริบทของกฎหมายและธุรกิจเช่น คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) ผู้ให้บริการเอง และองค์กรที่เป็นผู้แทนผู้บริโภค แต่ความสามารถและแรงจูงใจในการสร้างระบบกำกับที่ดีขององค์กรเหล่านี้แตกต่างกัน คณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคของไทย ทำหน้าที่ตามกฎหมายอย่างเต็มกำลังและมีผลงานดีมากเท่าที่สภาพแวดล้อมอำนวยโดยสามารถสร้างวินัยให้กับผู้ให้บริการหลายเรื่อง เช่น เรื่องการโฆษณาขาย การลวงขาย การมีสัญญามาตรฐาน เป็นต้น ในขณะที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติยังอยู่ในสภาวะร่างกฎคุ้มครองผู้บริโภคเพิ่มเติมและมีแต่ผู้คัดค้านร่างเพราะผู้คัดค้านรวมตัวกันได้เหนียวแน่นแต่ผู้บริโภครายคนไม่ได้มาสนับสนุน ส่วนสำนักงาน กทช. (ซึ่งเป็นคนละหน่วยงาน กับ กทช. นะครับ) ปลุกปล้ำกับงานการคุ้มครองผู้บริโภคที่บุคลากรไม่เคยทำมาก่อนตั้งแต่เป็นกรมไปรษณีย์โทรเลขและก็ยังคลำช้างอยู่ ทำให้ไม่มีมรรคผลจริงจังและก็คงไม่มีผลงานโดดเด่นอะไร

ในส่วนองค์กรผู้แทนผู้บริโภค กทช. เองก็มีดำริชัดเจนที่จะให้มีและเกิดกระบวนการทำงานสำหรับเรื่องนี้โดยเฉพาะให้สอดประสานกับองคาพยพใหม่ที่กฎหมายสร้างขึ้น (กทช.) จะเหลืออยู่ก็แต่ผู้ให้บริการโทรคมนาคมที่มีการจัดตั้งชัดเจนและเหนียวแน่น และมีความพร้อมที่สุดในการผลักดันโครงการที่จะสร้างสมดุลของประโยชน์ผู้บริโภคและผู้ให้บริการ แต่ก็มีปัญหาด้านการสร้างแรงจูงใจในการรักษาผลประโยชน์ระยะยาว (การคุ้มครองผู้บริโภค) กับระยะสั้น (เงินสดและสภาพคล่อง) ด้วยเหตุนี้ จึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจว่า การคุ้มครองผู้บริโภคกิจการโทรคมนาคมของไทยเป็นงานที่คอยแต่จะไล่หลัง และตามเก็บ แก้ปัญหาเมื่อเกิดขึ้นแล้วและหลายครั้งก็สายเกินไปหรือได้กลายเป็นของเคยชินกันจนเกินไปเสมอมา

ผู้เขียนมีควมเห็นเป็นส่วนตัวว่า การจะคุ้มครองผลประโยชน์ระยะยาวร่วมกันนี้ ต้องอาศัยสามฝ่าย ที่แบกภาระอย่างเท่าเทียมกัน กล่าวคือ หน่วยงานของรัฐ (สคบ. และ กทช.) ผู้แทนผู้บริโภค และผู้ประกอบการ กทช. ต้องเร่งรัดในการเข้ามามีบทบาทและใช้อำนาจตามกฎหมายในการกำกับดูแลการให้บริการเพื่อก่อให้เกิดความเป็นธรรมในการแข่งขันและคุ้มครองสิทธิอันพึงมีของผู้บริโภค ซึ่งการให้บริการ SMS ก็เป็นประเด็นสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่ กทช. พยายามกำกับดูแลเพื่อให้ความคุ้มครองผู้บริโภคมิให้ถูกเอารัดเอาเปรียบ

โดยขณะนี้ได้มีการยกร่างประกาศ กทช. หลายฉบับเช่น ก) เรื่องมาตรฐานของสัญญาให้บริการโทรคมนาคม ข) ร่างประกาศว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าธรรมเนียมและค่าบริการในกิจการโทรคมนาคม และ ค) ร่างประกาศ กทช. ว่าด้วยมาตรการเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำอันเป็นการผูกขาดหรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันในกิจการโทรคมนาคม แต่ยังติดขัด ไม่ประกาศใช้ได้สักที ซึ่งจะมีผลเป็นการคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคในการเข้าทำสัญญาให้บริการโทรคมนาคมมิให้เกิดการเอารัดเอาเปรียบในการให้บริการโทรคมนาคมและบริการเสริมซึ่งรวมถึงบริการ SMS มิให้มีการยัดเยียดโดยเขามิยินยอม เช่น กำหนดให้ผู้ให้บริการจะต้องเรียกเก็บค่าธรรมเนียมและค่าบริการไม่เกินอัตราขั้นสูงที่ กทช. ประกาศกำหนด , เงื่อนไขการให้บริการจะต้องแจ้งให้ผู้บริการทราบอย่างชัดแจ้ง, ห้ามยัดเยียดบริการที่ผู้บริโภคไม่ได้แสดงความประสงค์อย่างชัดแจ้งในการใช้บริการดังกล่าว เป็นต้น

กล่าวโดยเฉพาะเจาะจง ร่างประกาศ กทช. ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงอัตราค่าธรรมเนียมและค่าบริการในกิจการโทรคมนาคม ได้วางมาตรการ กำหนดห้ามมิให้ผู้ให้บริการเก็บค่าบริการสูงกว่าอัตราขั้นสูงที่ กทช. กำหนด และหากผู้ให้บริการประสงค์จะเปลี่ยนแปลงอัตราค่าบริการจะต้องแจ้งให้ กทช. ทราบล่วงหน้าเพื่อพิจารณาก่อน ดังนั้น จึงเป็นที่มาของคำถามที่ว่าแล้วบริการ SMS ต่างๆ โดยเฉพาะบริการ SMS ผ่านทางรายการโทรทัศน์ ซึ่งเรียกเก็บกันในอัตราครั้งละ 6 บาท 9 บาท หรือ 12 บาท นั้น เป็นอัตราที่เรียกเก็บโดยอาศัยฐานทางกฎหมายใดมารองรับ เนื่องจากอัตราค่าบริการ SMS

ดังที่ได้ยกตัวอย่างมานี้ โดยส่วนใหญ่แล้วเป็นการกำหนดอัตราค่าบริการขึ้นตามอำเภอใจโดย กทช. มิได้รับรอง ซึ่งมักสูงกว่าปกติเพื่อที่ว่าจะได้นำรายได้จากบริการ SMS ผ่านทางรายการโทรทัศน์ดังกล่าวมาแบ่งกันระหว่างผู้ให้บริการโทรศัพท์และเจ้าของรายการโทรทัศน์ อันเห็นได้ชัดเจนว่าการเรียกเก็บค่าบริการ SMS ในลักษณะนี้ นอกจากผู้ให้บริการจะไม่มีอำนาจในการกำหนดค่าบริการดังกล่าวแล้ว ยังเป็นการเอารัดเอาปรียบและก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมแก่ผู้บริโภค จึงถึงเวลาแล้วที่ควรจะต้องกลับมาพิจารณาว่า SMS ในลักษณะที่ให้บริการอยู่ในทุกวันนี้ ควรจะเดินไปในทิศทางใด จะให้ผู้ให้บริการเริ่มกำกับดูแลตนเองก่อนที่ประกาศ กทช. จะมีผลบังคับ หรือจะรอให้ผู้บริโภครวมตัวกัน หรือว่าจะยังไงดี

ขอบคุณข้อมูลจาก : ผู้จัดการ

วันที่ 15 - 07 - 2006  


Internet Tips เรื่องอื่น ๆ 
Sanook Card
( ( W ) ) Broadband
SME Package
 
    Home | About Us | Contact Us | Advertise with Us | Order Form | Our Partner | Site Map
    Copyright © 1998-2006. Express Data Company. All rights reserved.
Express Data 
Phuket Today